Tuesday, January 2, 2007

0019 วัดประตูป่อง ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง


วิหารวัดประตูป่อง
[ที่มา : วัดประตูป่อง]


วิหารวัดประตูป่อง ก่อนทาสีเครื่องบนเป็นสีดำ
[ที่มา : อาจารย์สมพงษ์ ตันติกุลวรชัย]

วิหารวัดประตูป่อง [ถ่ายเมื่อ 21 พฤศจิกา 2547]


รายละเอียดหน้าวิหารวัดประตูป่อง ที่โดดเด่นคือ โก่งคิ้วลวดลายไส้หมู


บริเวณทิศตะวันออกของวัดมีแนวกำแพงเมืองเก่าขนานอยู่ และบริเวณทิศใต้ของกำแพงมีกำแพงที่ก่อลักษณะเป็นป้อมปืน และถัดลงมาสันนิษฐานว่าเป็นประตูเมืองที่เรียกว่า ประตูป่อง

รายละเอียด






วัดประตูป่อง มีวิหารสำคัญที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน โดย กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2523 มีประวัติว่า สร้างเมื่อ พศ.2409 โดย เจ้าวรญาณรังษี ผู้ครองนครลำปาง ตัววิหารเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้าน สันนิษฐานว่าเดิมเป็นวิหารโถง(คือไม่มีผนัง) หน้าแหนบลายสลักไม้ปิดทองประดับกระจก มีโก่งคิ้ว ลายไส้หมู ที่เป็นเอกลักษณ์ของลำปางและพะเยา

ที่มา : ศิลปากร, กรม. การขึ้นทะเบียนโบราณสถานภาคเหนือ ในเขตความรับผิดชอบของ หน่วยศิลปากรที่ 4 ตามโครงการสำรวจ และขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ของ กองโบราณคดี, 2525, หน้า 151

0018 วัดปงสนุก ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง


ผังบริเวณ วัดปงสนุก
[ที่มา : กรมศิลปากร]


บรรยากาศวัดปงสนุกในอดีต
[ที่มา : คุณอนุกูล ศิริพันธุ์]


พระธาตุศรีจอมไคล วิหารพระนอน และวิหารพระเจ้าพันองค์ล้วนตั้งอยู่บนม่อนดอย


วิหารพระเจ้าพันองค์ กำลังได้รับการบูรณะตามหลักวิชาการ โดยมีชุมชนเป็นผู้ร่วมดูแล อนุรักษ์

รายละเอียด

วัดปงสนุก มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ ได้แก่ วัดศรีจอมไคล วัดเชียงภูมิ วัดพะเยา ตามลำดับ ส่วนคำว่า "วัดปงสนุก" นั้นใช้เมื่อยุค เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ที่มีการกวาดต้อนผู้คนจากเชียงแสน สันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มคนจากบ้านปงสนุกที่เชียงแสน(ปัจจุบันยังปรากฏ หลักฐานวัดปงสนุกอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)

วัดปงสนุกได้รับการสันนิษฐานว่า เคยเป็นศูนย์กลางเมืองนคร(หรือเวียงละกอน) สมัยล้านนารุ่งเรือง และมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ เช่น การดำน้ำชิงเมือง ระหว่างเจ้าฟ้าชายแก้ว และท้าวลิ้นก่าน

และในยุครัตนโกสินทร์ที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของ เสาหลักเมืองหลักแรกของเมืองนครลำปาง ก่อนจะทำการย้ายไปรวมกับเสาหลักเมือง หลักอื่นที่ ศาลหลักเมืองในปัจจุบัน

งานศิลปสถาปัตยกรรมที่สำคัญ อันปรากฏอยู่ที่วัดนี้ได้แก่ พระธาตุศรีจอมไคล และ วิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งในอาคารหลัง จะได้รับการบูรณะอย่างถูกหลักวิชาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านปงสนุก ซึ่งดำเนินการเตรียมการมาเป็นปีๆ

Monday, January 1, 2007

0017 วัดหัวข่วง(ชัย) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง



วิหารวัดหัวข่วง รูปแบบเชียงแสน



เจดีย์ที่ตำแหน่งอยู่เกือบประชิดวิหาร

รายละเอียด

วัดหัวข่วง(ชัย) ก็เป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่เกิดจากการสร้างของชุมชนชาวเชียงแสนคราว เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง มีตำแหน่งของเจดีย์ที่ตั้งอยู่เกือบประชิดวิหาร

0016 วัดสุชาดาราม (วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง



วิหารวัดสุชาดาราม



อุโบสถ วัดสุชาดาราม


เจดีย์

รายละเอียด

วัดสุชาดาราม ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ วิหาร เจดีย์ และ อุโบสถ สันนิษฐานกันว่าเป็นวัดของชาวเชียงแสนเมื่อถูกกวาดต้อนมาเมื่อนโยบาย เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แต่รูปแบบของเจดีย์น่าจะถูกบูรณะในสมัยหลัง ที่เป็นลักษณะแบบพม่า

0015 วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น


วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น อ.เมือง
[ถ่ายเมื่อ 11 เมษายน 2549]


วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น อ.เมือง
[ถ่ายเมื่อ 11 เมษายน 2549]

รายละเอียด

สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 25 แต่เดิมบริเวณนี้มีอยู่ 2 วัดได้แก่ วัดคะตึก และวัดเชียงมั่น ต่อมาได้รวมเป็นวัดเดียว วิหารเครื่องไม้ ปรากฏในศิลาจารึกด้านหลังของวิหาร มีข้อความระบุว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ.2375 บูรณะครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.2512

วิหารนี้เป็นวิหารเครื่องไม้ขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นวิหารกึ่งเปิด ที่เปิดโล่งด้านหน้า และด้านข้าง เฉพาะสองช่วงเสาจากด้านหน้า ส่วนด้านข้างตั้งแต่ห้องที่สามไปจนถึงท้ายวิหารจะเป็นผนังทึบ

แผนผังของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มียกเก็จออกทางด้านหน้า 2 ช่วง ด้านหลัง 1 ช่วง ซึ่งสัมพันธ์กับการลดชั้นของหลังคา ที่มีการลดทางด้านหน้า 3 ซด ด้านหลัง 2 ซด รวมถึงยังมีการซ้อนผืนหลังคา 2 ชั้น(ตับ) ปัจจุบันกระเบื้องดินเผา(ดินขอ) ได้ถูกซ่อมแซมเปลี่ยนเป็นกระเบื้องซีเมนต์สีขาวรูปขนมเปียกปูนนับตั้งแต่พ.ศ.2512

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 225-226

0014 วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ


ภาพด้านหน้าของวิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 196]


ภาพวิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ ค้นเจอที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ น่าจะเป็นช่วงเวลาบูรณะ เมื่อราวพ.ศ.2500
[ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ]

รายละเอียด

วัดพระธาตุเสด็จเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่ง ดังปรากฏในตำนานวัดพระธาตุเสด็จ ที่มีการอ้างอิงถึง พระนางจามเทวี และปรากฏในยุคเจ้าหมื่นหาญแต่ท้อง ได้มีพระภิกษุพม่า 2 องค์ เดินทางมาตามหาดอยโผยง แต่ไม่มีผู้ใดรู้จัก พบแต่ต้นขจาวขนาดใหญ่ เหนือเมืองศรีนครชัย และขุดพบ ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในปีพ.ศ.2014 พระยาติโลกราชได้เสด็จไปร่วมพิธีสมโภชพระธาตุ และทรงให้นามวัดว่า "วัดพระธาตุเสด็จ"

วิหารโคมคำ มีประวัติการก่อสร้างปรากฏอยู่ในตำนานเจ้าเจ็ดพระองค์กับหอคำมงคล กล่าวว่า พระเจ้าหอคำดวงทิพย์เจ้าผู้ครองนครลำปางและราชเทวีได้สร้างวิหารหลังนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2366 ล่าสุดได้รับการบูรณะเมื่อพ.ศ.2500

วิหารนี้ตั้งอยู่ในแนวแกนรองของวัด หันหน้าออกทางทิศตะวันออก โดยที่วิหารหลังนี้เป็นวิหารทิศตั้งอยู่ด้านหลังของวิหารหลวงและทางด้านทิศใต้ของเจดีย์ เมื่อเทียบกับวัดพระธาตุลำปางหลวงแล้ว จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ วิหารพระพุทธ

วิหารมีขนาดความกว้าง 3 ห้อง ยาว 6 ห้อง ด้านหน้าเป็นมุขโถงเปิดโล่งไปตลอด ผนังด้านข้าวเป็นผนังปูนเจาะเป็นช่อง ช่วงละ 4 ช่อง ส่วนห้องท้ายวิหารที่เป็นผนังทึบ มีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นประธาน

แผนผังของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มียกเก็จ ออกทางด้านหน้า 2 ช่วง ด้านหลัง 1 ช่วง ที่สอดคล้องกับการลดชั้น ของหลังคาที่ลดด้านหน้า 3 ซด ด้านหลัง 2 ซด และมีการซ้อนชั้นของผืนหลังคา 2 ตับ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอ

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 192-194

0013 วิหารหลวง วัดเวียง อ.เถิน ลำปาง


วิหารหลวง วัดเวียง
[ถ่ายเมื่อ 7 พฤษภา 2547]




อุโบสถ วัดเวียง เมษายน 2521
[ที่มา : ศรีศักร วัลลิโภดม. ประวัติศาสตร์โบราณคดี ของ ล้านนาประเทศ, กรุงเทพฯ : มติชน, 2545, หน้า 313]


ซุ้มประตูโขง วัดเวียง
[ถ่ายเมื่อ 7 พฤษภา 2547]


รายละเอียด

วัดเวียง เป็นวัดสำคัญที่สร้างขึ้นภายในเวียงเถินโบราณ ปรากฏในพงศาวดารเมืองเถินว่า พระมหาเถรสังฆทิตย์ สร้างวัดนี้ขึ้นเมือ่ พ.ศ.2192 แต่ไม่ระบุชัดถึงเวลาสร้างวิหาร ผศ.วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์เสนอว่า รูปแบบของการสร้างวิหารโถง และตำแหน่งท้ายสุดมีมณฑป หรือโขงพระเจ้าขนาดใหญ่ เป็นลักษระของวิหารที่นิยมสร้างราว พุทธศตวรรษที่ 21-23 จึงเสนอว่าน่าจะสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 22

วิหารนี้ตั้งอยู่แนวแกนหลักของวัดที่ยึดทิศตะวันออกเป็นสำคัญโดยที่ด้านหน้าวัดจะพบกับซุ้มโขงขนาดเล็กแบบล้านนา

วิหารเป็นวิหารขนาดใหญ่ขนาดยาว 6 ห้อง กว้าง 3 ห้อง หลังคาเดิมมีการลดชั้นหลังคา ด้านหน้า 2 ซด ด้านหลัง 1 ซด และซ้อนผืนหลังคาอีกข้างละ 2 ตับ แต่การปฏสังขรณ์ครั้งใหญ่ช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 25 ลงมาได้มีการต่อเติมขยายหลังคาปีกนกลงมาอีกด้านละ 1 ตับ ทำให้พื้นที่กว้างเพิ่มขึ้นอีก 5 ห้อง

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 175-177