Tuesday, January 2, 2007

0021 วัดบุญวาทย์วิหาร ต.หัวเวียง อ.เมือง ลำปาง


มุมมองวัดบุญวาทย์วิหารจากถนนไปรษณีย์

มุมมองจากถนนบุญวาทย์ ภาพถ่ายงานศพ นางบุญเรือน ล่ำใหญ่ พ.ศ.2499
[ที่มา : คุณชาญคณิต อาวรณ์]


มุมมองจากถนนบุญวาทย์ จะเห็นซุ้มประตูโขง เมื่อเปรียบเทียบกับภาพบนจะเป็นศาลาบาตรเดิมจะไม่มีขนาดใหญ่จนบังทัศนวิสัยของวัดบุญวาทย์วิหาร

อุโบสถ วัดบุญวาทย์วิหาร เดิมเป็นวิหาร แล้วถูกแปลงเป็นอุโบสถในภายหลัง มีประวัติว่า เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครงอนครลำปาง ให้รื้อพระวิหารหลวง หอไตร กุฏิ และกำแพงวัดทั้งหมด แล้วให้ หลวงประสานไมตรีราษฎร ผู้เป็นนายช่าง ไปลอกแบบอย่างพระอามหลวงในกรุงเทพฯมาสร้างใหม่


จิตรกรรมฝาผนังตามแบบอย่างกรุงเทพฯ โดย นายจันทร์ จิตรกร

วัดบุญวาทย์วิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นศูนย์กลางของเมืองในยุคที่สาม สร้างโดย พระยาคำโสม เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์ที่ 2ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ ครั้งหลังสุดคือ สมัยเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย

0020 วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง




มณฑปทรงปราสาทรูปแบบพม่าและองค์พระธาตุดอนเต้า ก่อนการบูรณะ
[ที่มา : คุณสมคิด อินต๊ะพรม]



วิหารหลวงวัดพระแก้วดอนเต้า ได้รับการบูรณะโดย "ครูบาศรีวิชัย" มีสัญลักษณ์สำคัญที่ปรากฏคือ ไม้แกะสลักบริเวณหน้าบัน รูปเสือ อันเป็นปีเกิดของครูบาศรีวิชัย(คือ ปีขาล) ขณะที่ รูปนารายณ์ทรงครุฑ เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์สยาม มีนัยหนึ่งถึงการเป็นเมืองภายใต้การปกครองภายใต้รัฐสยาม


ร.7 เสด็จพระราชดำเนินมาฉลองสมโภชวิหารหลวง วัดพระแก้วดอนเต้า
[ที่มา : ค่ายสุรศักดิ์มนตรี]


วิหารพระนอน ลักษณะการสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมอิทธิพลไทยภาคกลาง ที่ปรากฏชัดก็คือ ช่อฟ้า ใบระกา แต่ยังหลงเหลือ ซุ้มประตูโขง ฝีมือแบบช่างพื้นถิ่นอยู่ด้านหน้า

0019 วัดประตูป่อง ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง


วิหารวัดประตูป่อง
[ที่มา : วัดประตูป่อง]


วิหารวัดประตูป่อง ก่อนทาสีเครื่องบนเป็นสีดำ
[ที่มา : อาจารย์สมพงษ์ ตันติกุลวรชัย]

วิหารวัดประตูป่อง [ถ่ายเมื่อ 21 พฤศจิกา 2547]


รายละเอียดหน้าวิหารวัดประตูป่อง ที่โดดเด่นคือ โก่งคิ้วลวดลายไส้หมู


บริเวณทิศตะวันออกของวัดมีแนวกำแพงเมืองเก่าขนานอยู่ และบริเวณทิศใต้ของกำแพงมีกำแพงที่ก่อลักษณะเป็นป้อมปืน และถัดลงมาสันนิษฐานว่าเป็นประตูเมืองที่เรียกว่า ประตูป่อง

รายละเอียด






วัดประตูป่อง มีวิหารสำคัญที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน โดย กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2523 มีประวัติว่า สร้างเมื่อ พศ.2409 โดย เจ้าวรญาณรังษี ผู้ครองนครลำปาง ตัววิหารเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้าน สันนิษฐานว่าเดิมเป็นวิหารโถง(คือไม่มีผนัง) หน้าแหนบลายสลักไม้ปิดทองประดับกระจก มีโก่งคิ้ว ลายไส้หมู ที่เป็นเอกลักษณ์ของลำปางและพะเยา

ที่มา : ศิลปากร, กรม. การขึ้นทะเบียนโบราณสถานภาคเหนือ ในเขตความรับผิดชอบของ หน่วยศิลปากรที่ 4 ตามโครงการสำรวจ และขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ของ กองโบราณคดี, 2525, หน้า 151

0018 วัดปงสนุก ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง


ผังบริเวณ วัดปงสนุก
[ที่มา : กรมศิลปากร]


บรรยากาศวัดปงสนุกในอดีต
[ที่มา : คุณอนุกูล ศิริพันธุ์]


พระธาตุศรีจอมไคล วิหารพระนอน และวิหารพระเจ้าพันองค์ล้วนตั้งอยู่บนม่อนดอย


วิหารพระเจ้าพันองค์ กำลังได้รับการบูรณะตามหลักวิชาการ โดยมีชุมชนเป็นผู้ร่วมดูแล อนุรักษ์

รายละเอียด

วัดปงสนุก มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ ได้แก่ วัดศรีจอมไคล วัดเชียงภูมิ วัดพะเยา ตามลำดับ ส่วนคำว่า "วัดปงสนุก" นั้นใช้เมื่อยุค เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ที่มีการกวาดต้อนผู้คนจากเชียงแสน สันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มคนจากบ้านปงสนุกที่เชียงแสน(ปัจจุบันยังปรากฏ หลักฐานวัดปงสนุกอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)

วัดปงสนุกได้รับการสันนิษฐานว่า เคยเป็นศูนย์กลางเมืองนคร(หรือเวียงละกอน) สมัยล้านนารุ่งเรือง และมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ เช่น การดำน้ำชิงเมือง ระหว่างเจ้าฟ้าชายแก้ว และท้าวลิ้นก่าน

และในยุครัตนโกสินทร์ที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของ เสาหลักเมืองหลักแรกของเมืองนครลำปาง ก่อนจะทำการย้ายไปรวมกับเสาหลักเมือง หลักอื่นที่ ศาลหลักเมืองในปัจจุบัน

งานศิลปสถาปัตยกรรมที่สำคัญ อันปรากฏอยู่ที่วัดนี้ได้แก่ พระธาตุศรีจอมไคล และ วิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งในอาคารหลัง จะได้รับการบูรณะอย่างถูกหลักวิชาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านปงสนุก ซึ่งดำเนินการเตรียมการมาเป็นปีๆ

Monday, January 1, 2007

0017 วัดหัวข่วง(ชัย) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง



วิหารวัดหัวข่วง รูปแบบเชียงแสน



เจดีย์ที่ตำแหน่งอยู่เกือบประชิดวิหาร

รายละเอียด

วัดหัวข่วง(ชัย) ก็เป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่เกิดจากการสร้างของชุมชนชาวเชียงแสนคราว เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง มีตำแหน่งของเจดีย์ที่ตั้งอยู่เกือบประชิดวิหาร

0016 วัดสุชาดาราม (วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง ลำปาง



วิหารวัดสุชาดาราม



อุโบสถ วัดสุชาดาราม


เจดีย์

รายละเอียด

วัดสุชาดาราม ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ วิหาร เจดีย์ และ อุโบสถ สันนิษฐานกันว่าเป็นวัดของชาวเชียงแสนเมื่อถูกกวาดต้อนมาเมื่อนโยบาย เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แต่รูปแบบของเจดีย์น่าจะถูกบูรณะในสมัยหลัง ที่เป็นลักษณะแบบพม่า

0015 วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น


วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น อ.เมือง
[ถ่ายเมื่อ 11 เมษายน 2549]


วิหารวัดคะตึกเชียงมั่น อ.เมือง
[ถ่ายเมื่อ 11 เมษายน 2549]

รายละเอียด

สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 25 แต่เดิมบริเวณนี้มีอยู่ 2 วัดได้แก่ วัดคะตึก และวัดเชียงมั่น ต่อมาได้รวมเป็นวัดเดียว วิหารเครื่องไม้ ปรากฏในศิลาจารึกด้านหลังของวิหาร มีข้อความระบุว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ.2375 บูรณะครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.2512

วิหารนี้เป็นวิหารเครื่องไม้ขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นวิหารกึ่งเปิด ที่เปิดโล่งด้านหน้า และด้านข้าง เฉพาะสองช่วงเสาจากด้านหน้า ส่วนด้านข้างตั้งแต่ห้องที่สามไปจนถึงท้ายวิหารจะเป็นผนังทึบ

แผนผังของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มียกเก็จออกทางด้านหน้า 2 ช่วง ด้านหลัง 1 ช่วง ซึ่งสัมพันธ์กับการลดชั้นของหลังคา ที่มีการลดทางด้านหน้า 3 ซด ด้านหลัง 2 ซด รวมถึงยังมีการซ้อนผืนหลังคา 2 ชั้น(ตับ) ปัจจุบันกระเบื้องดินเผา(ดินขอ) ได้ถูกซ่อมแซมเปลี่ยนเป็นกระเบื้องซีเมนต์สีขาวรูปขนมเปียกปูนนับตั้งแต่พ.ศ.2512

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 225-226