Monday, January 1, 2007

0014 วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ


ภาพด้านหน้าของวิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 196]


ภาพวิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ ค้นเจอที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ น่าจะเป็นช่วงเวลาบูรณะ เมื่อราวพ.ศ.2500
[ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ]

รายละเอียด

วัดพระธาตุเสด็จเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่ง ดังปรากฏในตำนานวัดพระธาตุเสด็จ ที่มีการอ้างอิงถึง พระนางจามเทวี และปรากฏในยุคเจ้าหมื่นหาญแต่ท้อง ได้มีพระภิกษุพม่า 2 องค์ เดินทางมาตามหาดอยโผยง แต่ไม่มีผู้ใดรู้จัก พบแต่ต้นขจาวขนาดใหญ่ เหนือเมืองศรีนครชัย และขุดพบ ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในปีพ.ศ.2014 พระยาติโลกราชได้เสด็จไปร่วมพิธีสมโภชพระธาตุ และทรงให้นามวัดว่า "วัดพระธาตุเสด็จ"

วิหารโคมคำ มีประวัติการก่อสร้างปรากฏอยู่ในตำนานเจ้าเจ็ดพระองค์กับหอคำมงคล กล่าวว่า พระเจ้าหอคำดวงทิพย์เจ้าผู้ครองนครลำปางและราชเทวีได้สร้างวิหารหลังนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2366 ล่าสุดได้รับการบูรณะเมื่อพ.ศ.2500

วิหารนี้ตั้งอยู่ในแนวแกนรองของวัด หันหน้าออกทางทิศตะวันออก โดยที่วิหารหลังนี้เป็นวิหารทิศตั้งอยู่ด้านหลังของวิหารหลวงและทางด้านทิศใต้ของเจดีย์ เมื่อเทียบกับวัดพระธาตุลำปางหลวงแล้ว จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ วิหารพระพุทธ

วิหารมีขนาดความกว้าง 3 ห้อง ยาว 6 ห้อง ด้านหน้าเป็นมุขโถงเปิดโล่งไปตลอด ผนังด้านข้าวเป็นผนังปูนเจาะเป็นช่อง ช่วงละ 4 ช่อง ส่วนห้องท้ายวิหารที่เป็นผนังทึบ มีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นประธาน

แผนผังของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มียกเก็จ ออกทางด้านหน้า 2 ช่วง ด้านหลัง 1 ช่วง ที่สอดคล้องกับการลดชั้น ของหลังคาที่ลดด้านหน้า 3 ซด ด้านหลัง 2 ซด และมีการซ้อนชั้นของผืนหลังคา 2 ตับ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอ

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 192-194

0013 วิหารหลวง วัดเวียง อ.เถิน ลำปาง


วิหารหลวง วัดเวียง
[ถ่ายเมื่อ 7 พฤษภา 2547]




อุโบสถ วัดเวียง เมษายน 2521
[ที่มา : ศรีศักร วัลลิโภดม. ประวัติศาสตร์โบราณคดี ของ ล้านนาประเทศ, กรุงเทพฯ : มติชน, 2545, หน้า 313]


ซุ้มประตูโขง วัดเวียง
[ถ่ายเมื่อ 7 พฤษภา 2547]


รายละเอียด

วัดเวียง เป็นวัดสำคัญที่สร้างขึ้นภายในเวียงเถินโบราณ ปรากฏในพงศาวดารเมืองเถินว่า พระมหาเถรสังฆทิตย์ สร้างวัดนี้ขึ้นเมือ่ พ.ศ.2192 แต่ไม่ระบุชัดถึงเวลาสร้างวิหาร ผศ.วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์เสนอว่า รูปแบบของการสร้างวิหารโถง และตำแหน่งท้ายสุดมีมณฑป หรือโขงพระเจ้าขนาดใหญ่ เป็นลักษระของวิหารที่นิยมสร้างราว พุทธศตวรรษที่ 21-23 จึงเสนอว่าน่าจะสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 22

วิหารนี้ตั้งอยู่แนวแกนหลักของวัดที่ยึดทิศตะวันออกเป็นสำคัญโดยที่ด้านหน้าวัดจะพบกับซุ้มโขงขนาดเล็กแบบล้านนา

วิหารเป็นวิหารขนาดใหญ่ขนาดยาว 6 ห้อง กว้าง 3 ห้อง หลังคาเดิมมีการลดชั้นหลังคา ด้านหน้า 2 ซด ด้านหลัง 1 ซด และซ้อนผืนหลังคาอีกข้างละ 2 ตับ แต่การปฏสังขรณ์ครั้งใหญ่ช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 25 ลงมาได้มีการต่อเติมขยายหลังคาปีกนกลงมาอีกด้านละ 1 ตับ ทำให้พื้นที่กว้างเพิ่มขึ้นอีก 5 ห้อง

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 175-177

0012 วิหารหลวง วัดไหล่หิน


วิหารหลวง วัดไหล่หิน
ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 167


ซุ้มโขง และวิหารหลวง อยู่ในแนวแกนเดียวกัน
ที่มา : คุณฐาปกรณ์ เครือระยา

รายละเอียด

วัดไหล่หินมีชื่อเรียกอีกชื่อ คือ วัดไหล่หินแก้วช้างยืน หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม ปรากฏจารึกใบลาน พ.ศ.2093 เรื่อง อัฏฐนิบาตชาดก ร่องรอยที่ปรากฏวิหารนี้คงได้รับการบูรณะซ่อมแซมตลอดมา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด

ตราบจน พ.ศ.2459 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้เป็นประธานสร้างพระอุโบสถแห่งนี้ขึ้น น่าจะได้บูรณะวิหารนี้ด้วย พบร่องรอยการเปลี่ยนช่อฟ้า ป้านลม ใบระกา หางหงส์ ในลักษณะแบบภาคกลาง รวมทั้งกระเบื้องมุงหลังคา ที่เป็นกระเบื้องซีเมนต์ดังปรากฏมาจนทุกวันนี้

วิหารนี้ตั้งในตำแหน่งสำคัญ ในแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก พบซุ้มประตูโขง วิหารหลวง เจดีย์ ตามลำดับ อาคารทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยศาลาบาตร(ภาคกลางเรียกว่า ระเบียงคด)

เป็นวิหารโถงขนาดเล็ก จำนวน 5 ห้อง ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกเก็จออกทางด้านหน้า 1ช่วง ด้านหลังตัดตรง มีผนังปิดทึบเฉพาะช่วงห้องท้ายวิหาร ผนังด้านหลังวิหารเป็นผนังปูนทึบ

เป็นที่น่าสังเกตว่าแผนผังของวิหารวัดไหล่หินจะไม่เหมือนกับวิหารที่ปรากฏในพื้นที่เชียงใหม่ และลำปางโดยทั่วไป แต่จะคล้ายกับวิหารร้างที่พบมากในเขตเมืองเชียงแสน ซึ่งสอดคล้องกับตำนานของวัดที่มีเกี่ยวข้องกับเมืองเชียงตุง อันเป็นกลุ่มบ้านเมืองเดียวกับ เชียงแสน

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 164-165

0011 วิหารจามเทวี วัดปงยางคก อ.ห้างฉัตร ลำปาง


วิหารจามเทวี วัดปงยางคก ก่อนบูรณะเมื่อพ.ศ.2539
[ที่มา : สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา, กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2544, หน้า 73]



วิหารจามเทวี หลังจากบูรณะแล้ว


รูปแบบของวิหารจามเทวี วัดปงยางคก
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 146 ]

รายละเอียด
เป็นตำนานและเรื่องราวที่เชื่อกันว่า วัดนี้สร้างมาครั้งสมัยพระนางจามเทวีแห่งหริภุญชัยเสด็จมาเยี่ยมเจ้าอนันตยศ ตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ 13 และมีการพบปาฏิหาริย์ของพระบรมสารีริกธาตุที่จอมปลวก พระนางเห็นดังนั้นจึงปลูกวิหารจามเทวี ครอบจอมปลวกด้วยมณฑปปราสาท ทั้งยังเกี่ยวข้องกับหนานทิพย์ช้าง ในพุทธศตวรรษที่ 23 เนื่องจากหนานทิพย์ช้างเดิมมีพื้นเพอยู่ที่บ้านปงยางคก

และเห็นว่าวิหารหลังนี้น่าจะสร้างขึ้นราวพ.ศ.2275-2302 ที่หนานทิพย์ช้างครองเมืองนครลำปาง วิหารนี้เป็นวิหารหลวง หันหน้าออกทางทิศตะวันออก อยู่แนวแกนประธานของวัด เป็นวิหารโถงเครื่องไม้

มีขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง (กว้าง 7.50 เมตร ยาว 15.20 เมตร สูง 8.50 เมตร) ทำผังพื้นแบบย่อเก็จ วิหานี้มีการทำฝาผนังเพียงครึ่งเดียว ยกเว้นห้องท้ายวิหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งของมณฑป หรือโขงพระเจ้าขนาดใหญ่ ในพ.ศ.2508 มีการก่อฝาผนังทิศใต้ในห้องที่ 3 และห้องที่ 4 เพื่อกันฝนสาดเข้ามาในวิหาร มีการบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อพ.ศ.2539 โดย บริษัท มรดกโลก

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 143-145

0010 วิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง


ผังพื้นวิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]



รูปด้านหน้าวิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]

รูปด้านข้างวิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 126]


รูปด้านหลังวิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]



วิหารน้ำแต้ม ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุลำปางหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง

รายละเอียด

น้ำแต้ม แปลว่า ภาพเขียน คงหมายถึง วิหารที่มีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่บริเวณคอสอง วิหารน้ำแต้มเป็นวิหารทิศ อยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุ ขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง
เป็นผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 8 เมตร ยาว 21 เมตร สูง 7 เมตร มีการยกเก็จออกทางด้านหน้า 2 ช่ว งคือ ห้องที่ 1 และห้องที่ 2 และด้านหลังหนึ่งช่วง คือ ห้องที่ 5 ซึ่งสร้างเป็นฝาผนังปูนปิดทึบ และเป็นที่ตั้งของฐานปูนขนาดใหญ่ที่น่าจะใช้เป็นฐานชุกชีมาก่อน

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 124-125

0009 วิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง


ผังพื้นวิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง


[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]

รูปด้านหน้าวิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]



รูปด้านข้างวิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง



[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]




รูปด้านหลังวิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]


วิหารพระพุทธ วัดพระธาตุลำปางหลวง


รายละเอียด
น่าจะมีการสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ผศ.วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์ ได้ให้ความเห็นว่า น่าจะสร้างขึ้นโดย เจ้าหมื่นคำเพ็ชร(เจ้าหมื่นคำเป๊ก) และหล่อพระพุทธรูปเจ้าองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ภายใน วิหารพระพุทธเป็นวิหารทิศอยู่ทางทิศใต้ขององค์พระธาตุ สันนิษฐานว่าเดิม เป็นวิหารโถง

ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นวิหารปิดผนังทึบ ขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง โดยยกเก็จออกทางด้านหน้าและด้านหลังอย่างละ 1 ช่วง(ซด) คือ ห้องที่ 1 และห้องที่ 5 และตั้งข้อสังเกตว่า ผังของวิหารนี้ คล้ายกับวิหารบางแบบของสุโขทัย เช่น วิหารวัดพระนอน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งอาจเป็นไปได้เพราะ

มีประวัติว่า เจ้าหมื่นคำเพชรนั้นมาจากเมืองทางใต้(ขณะที่ พงศาวดารโยนกกล่าวว่า เจ้าหมื่นคำเพชรเป็นชาวเชลียงที่มาสวามิภักดิ์ พระเจ้าติโลกราช) การรับแนวคิดผังวิหารแบบสุโขทัยจึงน่าจะเป็นไปได้

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 95-100

0008 วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง


แปลนวิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 84]



รูปด้านหน้า วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 84]



รูปด้านข้างวิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 84]


รูปด้านหลัง วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง
[ที่มา : พรรณนิภา ปิณฑวณิช, การศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง วิทยานิพนธ์ สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546 ]


วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง มองจากด้านหน้า
[ภาพโดย วโรดม ศุขสวัสดิ์, หม่อมหลวง, 16 ธันวา 46]

รายละเอียด
สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21(ผศ.วรลัญจก์ อ้างไว้ที่ พุทธศตวรรษที่ 22) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระธาตุ ในแนวแกนเดียวกับองค์พระธาตุ คือแกนทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นวิหารโถงเครื่องไม้ ผังพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 5 ห้อง ขาว 9 ห้อง (กว้าง 17 เมตร ยาว 39 เมตร)

โดยยกเก็จออกทางด้านหน้า 3 ช่วง(ซด) คือ ห้องที่ 1-4 และด้านหลัง 2 ช่วง(ซด) ทุกห้องเป็นห้องโถง มีฝาผนังไม้เพียงครึ่งเดียวจากด้านบน ห้องที่ 6 และ 7 เป็นส่วนที่ตั้งโขงหรือกู่พระเจ้าล้านทอง ส่วนห้องที่ 8 เป็นที่ตั้บฐานชุกชีและพระพุทธรูปต่างๆ

ที่มา : วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. วิหารล้านนา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544, หน้า 80-83